← ข่าวประชาสัมพันธ์
ข่าวประชาสัมพันธ์
วันอังคารที่ 21 พ.ย.60 เวลา 13.00 น. นายสุรศักดิ์ เจริญศิริโชติ ผวจ.รย. เข้าร่วมโครงการฝึกอบรม การรวมกลุ่มพื้นที่ในการจัดการมูลฝอย (Clusters) ขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ประจำปีงบประมาณพ.ศ. 2561 ระหว่างวันที่ 21 - 22พ.ย.60 ณ โรงแรมรามาการ์เด้น กทม.
21 พ.ย. 2560
วันอังคารที่ 21 พฤศจิกายน 2560 เวลา 13.00 น. นายสุรศักดิ์ เจริญศิริโชติ ผู้ว่าราชการจังหวัดระยอง เข้าร่วมโครงการฝึกอบรม การรวมกลุ่มพื้นที่ในการจัดการมูลฝอย (Clusters) ขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ประจำปีงบประมาณพ.ศ. 2561 ระหว่างวันที่ 21 - 22 พฤศจิกายน 2560 ณ โรงแรมรามาการ์เด้น กรุงเทพมหานคร
โครงการดังกล่าว จัดขึ้น เพื่อซักซ้อมความเข้าใจให้แก่คณะกรรมการจัดการสิ่งปฏิกูลและมูลฝอยจังหวัด ซึ่งมีบทบาทในการส่งเสริม แนะนำ และกำกับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นให้การรวมกลุ่มพื้นที่ในการจัดการมูลฝอย (Clusters) ขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นมีความคุ้มค่า มีประสิทธิภาพ เลือกใช้วิธีการและพื้นที่กำจัดขยะที่เหมาะสม เกิดการยอมรับของประชาชนในพื้นที่และให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นได้เข้าใจทิศทางและแนวทางในการขับเคลื่อนการรวมกลุ่มพื้นที่ในการจัดการมูลฝอย (Clusters) ให้เกิดผลปฏิบัติเป็นรูปธรรม โดยมีผู้เข้าร่วมฝึกอบรมจำนวนทั้งสิ้น 476 คน ประกอบด้วยผู้ว่าราชการจังหวัด 76 จังหวัด ท้องถิ่นจังหวัดจำนวน 76 จังหวัด นายกองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นเจ้าภาพจำนวน 324 กลุ่ม
ทั้งนี้ นายสุทธิพงษ์ จุลเจริญ อธิบดีกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น กล่าวว่า จากข้อมูลสถานการณ์ขยะมูลฝอยที่ผ่านมา พบว่า แนวโน้มของปริมาณขยะมูลฝอยที่เกิดขึ้นทั่วประเทศ มีแนวโน้มที่เพิ่มขึ้นในทุกปี ทั้งนี้ หากพิจารณาถึงอัตราการเกิดขยะมูลฝอยของประเทศก็มีแนวโน้มที่เพิ่มมากขึ้น และในปี พ.ศ. 2559 พบว่ามีปริมาณขยะมูลฝอยที่เกิดขึ้นของประเทศไทย 27.06 ล้านตัน ซึ่งคิดเป็นอัตราการเกิดขยะมูลฝอยที่ 1.14 กิโลกรัมต่อคนต่อวัน ในขณะที่อัตราขยะมูลฝอยที่ถูกนำไปกำจัด และอัตราขยะมูลฝอยที่ถูกนำมาใช้ประโยชน์ มีแนวโน้มเพิ่มขึ้นเพียงเล็กน้อยเท่านั้น และในปัจจุบัน ปัญหาการจัดการขยะมูลฝอยชุมชนที่เกิดขึ้นในพื้นที่ก็มีมากมาย ไม่ว่าจะเป็นขยะมูลฝอยตกค้างอยู่เป็นจำนวนมาก เนื่องจากสถานที่กำจัดขยะมูลฝอยส่วนใหญ่ดำเนินการไม่ถูกหลักตามหลักวิชาการ โดยมีการเผากลางแจ้ง กองทิ้งในบ่อดินเก่าหรือพื้นที่รกร้าง หรือการที่ประชาชนคัดค้านไม่เห็นด้วยให้มีสถานที่กำจัดขยะมูลฝอยอยู่ในพื้นที่ของตนเอง รวมถึงขาดความร่วมมือและความตระหนักจากประชาชน นักท่องเที่ยว และผู้ประกอบการในการลดและคัดแยกขยะมูลฝอยตั้งแต่ต้นทาง บทบาทของกระทรวงมหาดไทย ที่เป็นหน่วยงานหลักในการดำเนินการจัดการขยะมูลฝอยชุมชนในพื้นที่ทั่วประเทศในเชิงนโยบายนั้น ก็จะเร่งรัดการดำเนินการกำจัดขยะมูลฝอยตกค้างทั่วประเทศให้หมดไป พร้อมทั้งกำกับ ติดตาม ให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นดำเนินการตามแผนปฏิบัติการจัดการขยะมูลฝอยของกระทรวง จังหวัด และแผนแม่บทการจัดการขยะมูลฝอยของประเทศ มีการสนับสนุนการรวมกลุ่มพื้นที่กำจัดขยะมูลฝอย (Cluster) การกำจัดขยะมูลฝอยโดยเทคโนโลยีที่เหมาะสม และส่งเสริมเอกชนลงทุนการจัดการขยะมูลฝอย รวมถึงสนับสนุนให้ใช้กฎหมายผังเมืองในการพิจารณาจัดตั้งโรงกำจัดขยะมูลฝอย
นอกจากนี้ บทบาทองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นตามแผนแม่บทการบริหารจัดการขยะมูลฝอยของประเทศ (พ.ศ. 2559 - 2564) นั้น จะร่วมกับจังหวัดจัดทำแผนปฏิบัติการเพื่อดำเนินงานในการจัดการขยะมูลฝอยขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นและจังหวัด มีการดำเนินการลดและคัดแยกขยะมูลฝอยในพื้นที่ และจัดระบบการเก็บรวบรวมขนส่งขยะมูลฝอยและขยะอันตรายชุมชนแบบแยกประเภทเพื่อส่งกำจัดอย่างถูกต้องตามหลักวิชาการ ต้องมีการรวมกลุ่มพื้นที่และจัดตั้งศูนย์กำจัดขยะมูลฝอยรวม โดยใช้เทคโนโลยีที่เหมาะสม ส่งเสริมภาคเอกชนลงทุนการจัดการขยะมูลฝอย และได้รับการยอมรับจากประชาชนในพื้นที่ ตลอดจนให้มีการจัดตั้งศูนย์แลกเปลี่ยนเรียนรู้การจัดการขยะมูลฝอยชุมชนในระดับท้องถิ่น และจากที่ผ่านมาการบริหารจัดการขยะมูลฝอยอยู่ในความรับผิดชอบของหลายหน่วยงาน และมีกฎหมายที่เกี่ยวข้องอย่างน้อย 10 ฉบับ ดังนั้น เพื่อให้การแก้ไขปัญหาขยะมูลฝอย มีเอกภาพ จึงได้เสนอแก้ไขเพิ่มเติมพระราชบัญญัติรักษาความสะอาดและความเป็นระเบียบเรียบร้อยของบ้านเมือง (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2560 ซึ่งขณะนี้มีผลบังคับใช้แล้ว เมื่อวันที่ 16 มกราคม 2560 โดยมีกรอบแนวคิดการจัดการขยะมูลฝอยอย่างยั่งยืน คือ “ขยะมูลฝอยเกิดขึ้นในพื้นที่ใด กำจัดในพื้นที่นั้น” นอกจากนี้ยังกำหนดให้ส่วนราชการ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และประชาชน มีหน้าที่ในการช่วยกันรณรงค์ปลูกจิตสำนึกและสร้างการรับรู้ให้แก่ประชาชน เพื่อปรับเปลี่ยนพฤติกรรมในการอุปโภค และบริโภค เพื่อลดปริมาณขยะมูลฝอย การใช้ประโยชน์จากขยะมูลฝอย เพื่อลดภาระค่าใช้จ่ายในการให้บริการเก็บ ขน และกำจัดขยะมูลฝอยขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น เช่น การรณรงค์ส่งเสริมให้ประชาชนลดปริมาณขยะมูลฝอย ที่เกิดขึ้นในครัวเรือน ตามหลักการ 3Rs : Reduce Reuse Recycle หรือ 3 ช : ใช้น้อยลง ใช้ซ้ำ และนำกลับมาใช้ใหม่ การสนับสนุนและส่งเสริมให้ประชาชนนำขยะมูลฝอยที่เกิดขึ้นจากครัวเรือนไปใช้ให้เกิดประโยชน์มากที่สุด ไม่ว่าจะเป็น การทำปุ๋ยหมัก การทำสารปรับปรุงดิน การเลี้ยงไส้เดือนดิน การแปรสภาพขยะมูลฝอยเป็นผลิตภัณฑ์ใหม่ ๆ เป็นต้น และทางด้านการบริหารจัดการขยะที่ปลายทางก็มีหลายวิธี เช่น RDF ฝังกลบ เผาเพื่อผลิตไฟฟ้า แล้วแต่บริบทของแต่ละพื้นที่ การจัดตั้งกลุ่มหรือเครือข่ายอาสาสมัคร 3 ช ช่วยชาติหรือจิตอาสา ในหมู่บ้านและชุมชน โดยอาจนำกลุ่มแม่บ้าน นักเรียน นักศึกษา ผู้สูงอายุ และประชาชนทั่วไป ร่วมทำกิจกรรมการลดและคัดแยกขยะมูลฝอย เพื่อนำขยะมูลฝอยไปสร้างมูลค่าและรายได้ให้แก่ชุมชน และหมู่บ้าน เพื่อเป็นกองทุนช่วยเหลือต่อไป และให้มีการจัดตั้งศูนย์การเรียนรู้ในการลดและคัดแยกขยะมูลฝอย ในหมู่บ้านหรือชุมชน เพื่อเป็นแหล่งเรียนรู้หรือเผยแพร่ประชาสัมพันธ์ในการลดและคัดแยกขยะมูลฝอย ซึ่งในแง่ของกฎหมายนั้น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ได้ออกประกาศกระทรวงมหาดไทยเพื่ออำนวยความสะดวกให้เกิดการบริหารจัดการที่สำคัญ 2 เรื่องคือ การให้สามารถร่วมลงทุนได้โดยสะดวก และแก้ไขปัญหาเรื่องที่ส่วนใหญ่จุดรวมขยะขนาดเล็กมีจำนวนมาก ซึ่งอาจไม่พอเพียง ก็ให้สามารถเคลื่อนย้ายข้ามกลุ่มได้